top of page

หลุมสิว เกิดจากอะไร มีกี่แบบ? พร้อมวิธีรักษาหลุมสิวแบบหมดจด

  • 2 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

ต่อให้รักษาสิวหายแล้ว แต่ปัญหาที่หลายคนต้องเจอคือเรื่องของรอยสิว และบางครั้งก็อาจรุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็น “หลุมสิว” ที่มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มทิ้งไว้บนใบหน้าจนทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน และที่สำคัญคือรอยหลุมที่ว่านี้มักแก้ไขได้ยากกว่าปัญหาสิวด้วยซ้ำ 

ในบทความนี้ เรา Remede Wellness Clinic จะพาไปทำความเข้าใจว่า หลุมสิว คืออะไร เกิดจากอะไร ประเภทของหลุมสิวมีกี่ประเภท หลุมสิวลึกกับหลุมสิวตื้น ต่างกันอย่างไร หลุมสิวรักษาหายได้ไหม หายเองได้หรือเปล่า และมีวิธีรักษาหลุมสิวอย่างไรบ้าง

หลุมสิว เกิดจาก

หลุมสิว คืออะไร?

หลุมสิว (Atrophic Acne Scar) คือรอยแผลเป็นชนิดบุ๋มที่เกิดขึ้นบนผิวหนัง เป็นผลมาจากการที่ผิวสูญเสียเนื้อเยื่อและโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังไปอย่างถาวรหลังจากผ่านการอักเสบของสิวรุนแรง แตกต่างจาก รอยสิว หรือรอยดำ รอยแดงหลังสิว (Post-Inflammatory Hyperpigmentation/Erythema) ซึ่งเป็นเพียงการเปลี่ยนสีของผิวชั่วคราวและสามารถจางลงได้เองตามเวลา เพราะหลุมสิวเกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อจริง ทำให้ผิวบริเวณนั้นบุ๋มลงไปอย่างถาวร และมักต้องอาศัยการรักษาทางการแพทย์เพื่อฟื้นฟูให้ผิวกลับมาเรียบเนียนขึ้น


หลุมสิว เกิดจากอะไร?

หลุมสิวมักเกิดตามหลังสิวอักเสบชนิดรุนแรง เช่น สิวตุ่มแดง สิวหนอง หรือสิวหัวช้าง (Nodular/Cystic acne) ซึ่งการอักเสบเหล่านี้จะทำลายเนื้อเยื่อในชั้นหนังแท้ (Dermis) ที่มีหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโครงสร้างค้ำจุนผิว เมื่อร่างกายพยายามซ่อมแซมแผลจากการอักเสบ แต่กระบวนการสมานแผลไม่สมบูรณ์ ก็จะทำให้เกิดพังผืดดึงรั้งผิวบริเวณนั้นให้ยุบตัวลง หรือเกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อจนผิวไม่สามารถคืนรูปได้ตามปกติ กลายเป็นหลุมสิวในที่สุด 

ปัจจัยต่าง ๆ ที่เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดหลุมสิว จะมีด้วยกันดังนี้ 


  • สิวอักเสบรุนแรงที่ปล่อยทิ้งไว้นาน โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและทันเวลา ยิ่งอักเสบนาน ยิ่งทำลายเนื้อเยื่อมาก

  • การบีบ แกะ หรือกดสิวด้วยตัวเอง โดยเฉพาะสิวที่ยังอักเสบอยู่ เพราะจะยิ่งกระตุ้นการอักเสบให้ลุกลามลึกลงไปในชั้นผิว

  • พันธุกรรม บางคนมีแนวโน้มที่ผิวจะสมานแผลได้ไม่ดีเท่าคนทั่วไป ทำให้เกิดหลุมสิวได้ง่ายกว่า

  • ชนิดของสิว สิวอักเสบขนาดใหญ่ ลึก อย่างสิวหัวช้างหรือสิวซีสต์ มีโอกาสทิ้งรอยหลุมสิวสูงกว่าสิวอุดตันหรือสิวผดทั่วไป


ประเภทหลุมสิว มีกี่ประเภท?

ทางการแพทย์แบ่งหลุมสิวแบบบุ๋ม (Atrophic Scar) ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ตามลักษณะรูปร่างของหลุม ดังนี้


  • หลุมสิวรูปเข็มแหลม หรือ Ice Pick Scar ลักษณะปากหลุมแคบแต่ลึก คล้ายรูเข็มหรือรูปกรวยคว่ำ ทะลุลึกลงไปถึงชั้นหนังแท้ เป็นหลุมสิวที่รักษาให้หายขาดได้ยากที่สุด เพราะมีความลึกมาก

  • หลุมสิวรูปกล่อง หรือ Boxcar Scar ลักษณะขอบหลุมชัดเจนเป็นเหลี่ยม ก้นหลุมค่อนข้างแบน ความกว้างประมาณ 3-5 มิลลิเมตร มักเกิดจากสิวอักเสบที่ลุกลามเป็นวงกว้าง มีทั้งแบบตื้นและแบบลึก

  • หลุมสิวรูปแอ่งกระทะ หรือ Rolling Scar ลักษณะขอบหลุมลาดโค้งมนคล้ายก้นกระทะ ทำให้ผิวดูเป็นคลื่นเมื่อมองผ่านแสง มักเกิดจากพังผืดใต้ผิวดึงรั้ง เป็นหลุมสิวที่พบได้บ่อยและมักมีความตื้นกว่าสองแบบแรก


หลุมสิวลึกกับหลุมสิวตื้น ลักษณะแตกต่างกันอย่างไร รักษาต่างกันไหม

ความลึกของหลุมสิว เป็นปัจจัยสำคัญในการวางแผนการรักษา โดยทั่วไปจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ 


  • หลุมสิวตื้น มักพบในกลุ่ม Rolling Scar หรือ Boxcar Scar แบบตื้น ความลึกไม่มาก ขอบหลุมไม่คมชัด ส่วนใหญ่ตอบสนองได้ดีกับการกระตุ้นคอลลาเจนผ่านเลเซอร์หรือหัตถการที่เน้นปรับผิวชั้นบน เห็นผลค่อนข้างเร็วเมื่อเทียบกับหลุมลึก

  • หลุมสิวลึก มักพบในกลุ่ม Ice Pick Scar หรือ Boxcar Scar แบบลึก ซึ่งส่วนใหญ่มีพังผืดใต้ผิว (Tethered scar) ดึงรั้งฐานหลุมไว้ การรักษาด้วยเลเซอร์เพียงอย่างเดียวมักเข้าไม่ถึงชั้นที่มีปัญหา จึงมักต้องอาศัยการตัดพังผืด (Subcision) ร่วมกับหัตถการอื่นเพื่อปลดปล่อยผิวที่ถูกดึงรั้งก่อน แล้วจึงตามด้วยการกระตุ้นคอลลาเจนเพื่อเติมเต็มหลุม


หลุมสิว หายเองได้ไหม

หลุมสิว ไม่สามารถหายได้เอง 100% เหมือนรอยดำรอยแดงสิวที่สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ เพราะหลุมสิวจะเกิดจากความเสียหายของคอลลาเจนในชั้นหนังแท้อย่างถาวร แม้ว่าผิวจะมีกระบวนการผลัดเซลล์และสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ แต่ไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะคนที่มีหลุมสิวชัดเจน การเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นแนวทางการรักษาที่เห็นผลที่สุด 


วิธีรักษาหลุมสิว

วิธีรักษาหลุมสิว ฟื้นฟูหลุมสิวให้กลับมาเรียบเนียน


1. Subcision (การตัดพังผืดหลุมสิว)

Subcision คือหัตถการที่แพทย์ใช้เข็มปลายทู่หรือเข็มเฉพาะทางสอดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณหลุมสิว เพื่อเลาะและตัดพังผืด (Fibrous band) ที่ดึงรั้งฐานหลุมสิวไว้ เมื่อพังผืดถูกตัดออก ผิวบริเวณนั้นจะคลายตัวและค่อย ๆ ยกตัวขึ้น พร้อมกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่มาเติมเต็มช่องว่างใต้ผิว Subcision เหมาะเป็นพิเศษกับหลุมสิวชนิด Rolling Scar และ Boxcar Scar ที่มีพังผืดดึงรั้งชัดเจน และมักทำร่วมกับการรักษาอื่น เช่น เลเซอร์หรือการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานยิ่งขึ้น


2. คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency) รักษาหลุมสิว

การใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency) เป็นอีกหนึ่งวิธีหลักในการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้น ผิวเรียบเนียนขึ้น และรูขุมขนกระชับขึ้น เทคโนโลยีเลเซอร์รักษาหลุมสิว Fractora RF (Fractional Radiofrequency) ส่งพลังงานคลื่นวิทยุผ่านเข็มขนาดเล็กระดับไมโครลงไปยังชั้นผิวที่ต้องการ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจากภายใน โดยไม่ทำลายผิวชั้นบนมากเกินไป จึงใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเลเซอร์บางประเภท เหมาะกับหลุมสิวหลายรูปแบบ ทั้ง Rolling Scar และ Boxcar Scar ที่มีความลึกระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง


3. หัตถการกระตุ้นคอลลาเจนและฟื้นฟูคุณภาพผิว

นอกจาก Subcision และเลเซอร์แล้ว การเสริมด้วยสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) หรือสารฟื้นฟูผิวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาหลุมสิวให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งในโปรแกรมฟื้นฟูคุณภาพผิว ของ Remede Wellness Clinic มีให้เลือกหลายรูปแบบ เช่น


  • PRP (Platelet-Rich Plasma): สกัดเกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของคนไข้เอง เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างคอลลาเจน

  • Rejuran Concentrate: สาร Polynucleotide (PN) ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และฟื้นฟูโครงสร้างผิว

  • Profhlio: ไบโอสติมูเลเตอร์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน

  • Exosome Therapy: เทคโนโลยีฟื้นฟูผิวระดับเซลล์ที่ช่วยเสริมกระบวนการซ่อมแซมผิวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


การผสมผสานหัตถการเหล่านี้เข้ากับ Subcision และเลเซอร์ Fractora RF จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลุมสิวตื้นขึ้นเร็วขึ้น และผลลัพธ์คงอยู่ได้นานกว่าการทำหัตถการเดี่ยว ๆ

ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินชนิด ความลึก และจำนวนของหลุมสิวในแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งอาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง หรือผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน และมักต้องรักษาต่อเนื่องหลายครั้งจึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน


รักษาหลุมสิวด้วยตัวเอง ทำได้ไหม

หลุมสิวเป็นปัญหาที่เกิดจากการสูญเสียเนื้อเยื่อและโครงสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ การดูแลผิวด้วยตัวเองที่บ้านจึง ไม่สามารถทำให้หลุมสิวตื้นขึ้นได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ทาผิวทั่วไปออกฤทธิ์เฉพาะที่ผิวชั้นบนเท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงพังผืดหรือกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นลึกได้เทียบเท่าหัตถการทางการแพทย์

อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวอย่างเหมาะสมก็ยังสำคัญ เช่น การทาครีมกันแดดทุกวัน เลี่ยงการบีบสิวและกดสิวด้วยตัวเอง และเข้ารับการรักษาสิวอักเสบตั้งแต่เนิ่น ๆ 


Remede Wellness Clinic ดูแลปัญหาหลุมสิวรอบด้าน

หลุมสิวเป็นปัญหาผิวที่ต้องอาศัยการประเมินและวางแผนการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับชนิดและความลึกของหลุมสิวในแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง เรา Remede Wellness Clinic พร้อมดูแลปัญหาผิวของคุณตั้งแต่การรักษาสิวไปจนถึงการฟื้นฟูหลุมสิวด้วย Subcision, เลเซอร์ Fractora RF และหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนที่ออกแบบเฉพาะบุคคล หากสนใจ สามารถติดต่อได้ที่

  • เบอร์โทรศัพท์: 062-369-6491

  • จองคิว: คลิกที่นี่

  • ติดต่อผ่านไลน์ @remedeclinic

  • โครงการ Prove พระราม 9 (ตรงข้าม The nine) มีที่จอดรถ และมีบริการรถรับ-ส่งจาก Airport Link รามคำแหง

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page